สาวท้องอืดข้ามเดือน หมอผ่าเจอ "ก้อนปริศนา" ทะลัก 130 เม็ด แน่นเต็มนึกว่าน้อยหน่า

สาวท้องอืดข้ามเดือน หมอผ่าเจอ "ก้อนปริศนา" ทะลัก 130 เม็ด แน่นเต็มนึกว่าน้อยหน่า

สาวท้องอืดข้ามเดือน หมอผ่าเจอ "ก้อนปริศนา" ทะลัก 130 เม็ด แน่นเต็มนึกว่าน้อยหน่า
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

นึกว่าแค่โรคกระเพาะ! สาวท้องอืดข้ามเดือน หมอผ่าเจอ "ก้อนปริศนา" ล้นทะลัก 130 เม็ด

ใครที่ชอบมีอาการแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อหลังทานอาหารเสร็จ แล้วคิดเอาเองว่าเป็นแค่โรคกระเพาะธรรมดา ๆ ซื้อยากล้ามเนื้อหรือยาลดกรดมาทานเองระวังให้ดี ล่าสุด มีเคสอุทาหรณ์ทางการแพทย์จากไต้หวัน เมื่อหญิงวัย 38 ปีรายหนึ่ง

มีอาการแน่นอึดอัดที่ท้องส่วนบนเป็น ๆ หาย ๆ หลังจากทานอาหาร อดทนยาวนานถึง 2 เดือนเต็มจนทนไม่ไหว พอไปพบแพทย์เพื่ออัลตราซาวนด์กลับต้องช็อกตาค้าง เพราะสิ่งที่อยู่ข้างในไม่ใช่แค่แก๊ส แต่เป็นก้อนนิ่วสีเหลืองอ๋อยอัดแน่นจนถุงน้ำดีแทบระเบิด

นพ.หวง ฮั่นปิน ศัลยแพทย์เฉพาะทางตับ ถอดรหัสทางเดินอาหารและน้ำดี จากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแพทย์จงซาน จากไต้หวัน ได้ออกมาเปิดเผยเคสนี้ว่า หลังจากคนไข้ตกลงเข้ารับการผ่าตัดเอาถุงน้ำดีออกเนื่องจากภาวะถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรัง เมื่อผ่าพิสูจน์ถุงน้ำดีออกมา

ทีมแพทย์ถึงกับตะลึงเพราะสามารถนับ "นิ่วในถุงน้ำดี" ที่มีลักษณะสีเหลือง ขนาดกึ่งกลาง 0.5-1 เซนติเมตร เม็ดเป้งเหมือนเมล็ดข้าวโพด ได้รวมกันมากถึง 130 ก้อน เบียดตัวกันแน่นจนถุงน้ำดีมีรูปทรงขรุขระดูคล้ายกับน้อยหน่าเลยทีเดียว

แยกให้ยาก! คนไข้ 80% นึกว่า "โรคกระเพาะ-กรดไหลย้อน" ทำพิษ

คุณหมอหวงอธิบายว่า ในเคสส่วนใหญ่ประมาณ 60-80% ของผู้ป่วยที่เป็นนิ่วในถุงน้ำดี มักจะ "ไม่มีอาการรุนแรง" ในช่วงแรก และคนไข้เกือบทั้งหมดมักจะเข้าใจผิดว่าตัวเองเป็นโรคกระเพาะ ท้องอืด หรืออาหารไม่ย่อย เพราะอาการเริ่มต้นจะรู้สึกอึดอัดแน่น ๆ มวน ๆ ท้องหลังจากทานอาหารเสร็จ

ไม่ใช่ความเจ็บปวดเจียนตายแบบแผลในกระเพาะ ทำให้คนไข้ชะล่าใจปล่อยทิ้งไว้จนลุกลามกลายเป็นถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน หรือนิ่วอุดตันท่อน้ำดี ซึ่งอันตรายถึงชีวิต

เผยพฤติกรรมสุดฮิต "เพาะพันธุ์นิ่ว" ชอบอดเช้า-ผอมลงเร็วเกินไป

สำหรับสาเหตุที่คนเราสามารถเพาะนิ่วในถุงน้ำดีได้เป็นร้อยเม็ดนั้น คุณหมอระบุว่าก้อนนิ่วชนิดนี้เป็น "นิ่วน้ำดีชนิดคอเลสเตอรอล" ซึ่งมักจะสัมพันธ์กับระบบเผาผลาญ ความอ้วน ไขมันในเลือดสูง และภาวะไขมันพอกตับ แต่ปัจจัยเร่งที่คนรุ่นใหม่ทำกันเยอะมากคือ "พฤติกรรมการอดอาหารเป็นเวลานาน" เช่น คนที่ไม่ชอบทานมื้อเช้า หรือกินอาหารแค่วันละมื้อ

เมื่อเราปล่อยให้ท้องว่างเป็นเวลานาน ถุงน้ำดีจะไม่เกิดการบีบตัวเพื่อขับน้ำดีออกมาใช้ย่อยอาหาร ส่งผลให้น้ำดีที่กักเก็บไว้เริ่มข้นเหนียวและตกตะกอนกลายเป็นก้อนนิ่วในที่สุด นอกจากนี้ "การลดน้ำหนักแบบหักโหมจนน้ำหนักลดฮวบในระยะสั้น" ก็เป็นอีกหนึ่งตัวการสำคัญที่ทำให้น้ำดีข้นขึ้นและก่อตัวเป็นนิ่วได้ง่ายเช่นกัน

ตัดถุงน้ำดีทิ้งแล้ว จะส่งผลเสียต่อร่างกายไหม?

คุณหมอหวงเน้นย้ำว่า ปัจจุบันมาตรฐานการแพทย์สากลจะใช้วิธี "ผ่าตัดเอาถุงน้ำดีออกทั้งหมด" และเลิกใช้วิธีผ่าเอาเฉพาะก้อนนิ่วออกไปตั้งแต่ปี 1880 แล้ว เนื่องจากถุงน้ำดีที่เคยอักเสบหรือทำงานผิดปกติเปรียบเสมือนโรงงานผลิตนิ่ว หากเก็บไว้ก็จะกลับมาเป็นซ้ำอีกและเสี่ยงต่อการเกิดพังผืดเกาะติดอวัยวะข้างเคียง

ส่วนคำถามที่ว่าตัดถุงน้ำดีแล้วจะทำให้ท้องเสียเรื้อรังไหม? หมอระบุว่าในช่วง 1 เดือนแรก ระบบย่อยอาหารอาจกำลังปรับตัวกับการไหลของน้ำดีที่ไม่มีที่พัก แนะนำให้เลี่ยงอาหารมัน ๆ ของทอด ของมัน แกงกะทิ และทานอาหารรสจืดไปก่อน หลังจากผ่านไป 1-3 เดือน ร่างกายจะปรับตัวได้เองและสามารถกลับมาทานข้าวขาหมู ไก่ทอดได้ตามปกติโดยไม่มีอาการท้องเสียรุนแรง

ท้ายที่สุดนี้ หมอแนะนำว่าสำหรับใครที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป หรือรู้ตัวว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรเข้ารับการตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบนทุก ๆ 1-2 ปี หากพบนิ่วที่มีขนาดใหญ่เกิน 3 เซนติเมตร หรือพบร่วมกับติ่งเนื้อในถุงน้ำดีที่มีขนาดใหญ่กว่า 1 เซนติเมตร ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อผ่าตัดทันที เพราะรอยโรคเหล่านี้มีความเสี่ยงสูงที่จะพัฒนาไปเป็น "มะเร็งถุงน้ำดี" ในอนาคต

แหล่งอ้างอิง

  1. ETtoday

อัลบั้มภาพ 4 ภาพ

อัลบั้มภาพ 4 ภาพ ของ สาวท้องอืดข้ามเดือน หมอผ่าเจอ "ก้อนปริศนา" ทะลัก 130 เม็ด แน่นเต็มนึกว่าน้อยหน่า

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล